กรมคุมประพฤติเปิดงานคุมประพฤติจัดหนักดื่มแล้วขับ
politics
23.04.2019

กรมคุมประพฤติเปิดงานคุมประพฤติจัดหนักดื่มแล้วขับ

read more

กรมคุมประพฤติ ร่วมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดโครงการ 'คุมประพฤติจัดหนัก ดื่มแล้วขับ เข้าห้องดับจิต' กระตุ้นจิตสำนึกเมาไม่ขับ

กรมคุมประพฤติ ร่วมกับ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แถลงข่าวโครงการ คุมประพฤติจัดหนัก ดื่มแล้วขับ เข้าห้องดับจิต ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ โดยพันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระบุว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุ กว่า 3,690 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 390 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,807 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 120แห่ง จำนวน 5,173 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 4,856 คดี ขับรถโดยเสพสารเสพติด 278 คดี และขับรถประมาท (ป.ระมวลกฎหมายอาญา) จำนวน 39 คดี ซึ่งจังหวัดที่มีสถิติคดีสูงสุด คือ จังหวัดนครพนม 402 คดี กรุงเทพมหานคร 287 คดี และ จังหวัดสุรินทร์ 285 คดี

สำหรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งศาลของกลุ่มคุมประพฤติ ซึ่งจะมีการส่งผู้กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุรา มาทำงานบริการสังคมในสถานพยาบาล รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการกระตุ้นจิตสำนึกและรับทราบความสูญเสียต่างๆ โดยการพาผู้กระทำผิด ไปเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งในส่วนของห้องฉุกเฉินและห้องดับจิต รวมถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและสภาพของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บพิการจากอุบัติเหตุทางถนน

นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติมีมาตรการนำเครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ใช้กับผู้ที่ถูกคุมความประพฤติทุกกลุ่มทุกฐานความผิด ใน4 ลักษณะต้องห้าม ห้ามเข้าเขตต้องห้าม ห้ามออกจากเขตที่กำหนด ตั้งเวลาเคอฟิว ตั้งจำกัดความเร็ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อ ประมาณ 3,000 เครื่อง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 รวมทั้งมาตรการลงโทษทางสังคม สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตรการ ประสานจับกุม ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ผิดเงื่อนไข เพื่อให้ผู้กระทำผิดตระหนัก ว่า หากไม่มีการคุมความประพฤติต้องติดคุก พร้อมยืนยันว่า การนำผู้กระทำผิดมาบริการสถานพยาบาลไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะทำตามกรอบข้อกฏหมาย

4276684